Ayutthaya History Park : Wat Mahathat
Ayutthaya History Park : Wat Mahathat วัดมหาธาตุ จังหวัดอยุธยา: ประวัติศาสตร์สำคัญของประเทศไทย
ในช่วงเวลาหลัง 18.00 น. เป็นต้นไป วัดมหาธาตุ ในเขตอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา มีการประดับโคมไฟและเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมโบราณสถาน เพื่อสัมผัสมุมมองและบรรยากาศของสถาปัตยกรรมยามค่ำคืนที่งดงาม
วัดมหาธาตุ ผ่านวิกฤตมาแล้วหลายครั้ง นับตั้งแต่การล่มพังของพระปรางค์องค์ใหญ่ ในสมัยพระเจ้าทรงธรรม การเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สองที่นับเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ หรือแม้แต่อุทกภัย ซึ่งเป็นปัญหาต่อเนื่อง เนื่องจากภูมิประเทศของเกาะพระนครศรีอยุธยาที่รายล้อมด้วยแม่น้ำถึงสามสาย ประกอบกับน้ำเหนือที่ไหลบ่าลงมา ทำให้อยุธยาต้องประสบปัญหาน้ำท่วม โดยเฉพาะอุทกภัยในปี พ.ศ. 2549 2554
วัดมหาธาตุ เป็นหนึ่งในวัดที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย โดยมีบทบาทสำคัญทั้งในด้านศาสนา การเมือง และศิลปวัฒนธรรมของกรุงศรีอยุธยา ซึ่งเป็นราชธานีของไทยในอดีต และได้รับการจดทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อปี พ.ศ. 2478
-
การก่อตั้งและยุคเริ่มต้น
วัดมหาธาตุสร้างขึ้นในรัชสมัยของสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 (ขุนหลวงพะงั่ว) โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ และใช้เป็นศูนย์กลางทางศาสนาและการประกอบพิธีกรรมสำคัญในสมัยกรุงศรีอยุธยา พระราชพงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐกล่าวไว้ว่า สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 (ขุนหลวงพะงั่ว) โปรดให้สถาปนาวัดพระศรีมหาธาต ในปีพ.ศ. 1917 แต่ยังไม่แล้วเสร็จ
“ศักราช 736 ขาลศก สมเด็จพระบรมราชาเจ้าและพระมหาเถรธรรมากัลป์ญาณ แรกสถาปนิกพระศรีรัตนมหาธาตุ ฝ่ายบุรพทิศหน้าพระบรรพ์ขั้นสิงห์สูงเส้น 3 วา”
แต่การสร้างนั้นยังไม่แล้วเสร็จ จึงมีการสร้างเพิ่มเติมในสมัยรัชกาลสมเด็จพระราเมศวร ในปีพ.ศ. 1927
ที่ตั้งของวัดอยู่ริมถนนชีกุน ทางด้านทิศใต้ของวัดราชบูรณะ
- ความสำคัญในยุคกรุงศรีอยุธยา
- ศูนย์กลางทางศาสนา: วัดมหาธาตุเป็นที่สถิตของพระสังฆราชและคณะสงฆ์ระดับสูง จึงนับเป็นวันศูนย์กลางแห่งหนึ่ง เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับพระราชพิธี เช่น การสถาปนาพระมหากษัตริย์
- พระบรมสารีริกธาตุ: การประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุในพระปรางค์ประธาน ทำให้วัดมหาธาตุเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีความสำคัญสูงสุด
- สถาปัตยกรรม: วัดนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาแนวทางการสร้างพระปรางค์แบบไทย ซึ่งผสมผสานอิทธิพลจากศิลปะขอมและศิลปะสุโขทัย
- ศูนย์กลางการปกครอง: วัดมหาธาตุอยู่ไม่ไกลจากพระราชวังหลวง ซึ่งเป็นศูนย์กลางของการปกครองในยุคอยุธยา ทำให้วัดนี้กลายเป็นสถานที่สำคัญสำหรับการประกอบพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับราชวงศ์และการประกาศอำนาจของกษัตริย์
-
การออกแบบแผนผังวัดและความสัมพันธ์ทางภูมิศาสตร์
3.1 แผนผังวัดมหาธาตุ
- องค์ประกอบหลัก:
- พระปรางค์ประธาน: ตั้งอยู่ตรงกลางวัด เป็นจุดเด่นที่แสดงถึงความยิ่งใหญ่ของกรุงศรีอยุธยา
- เจดีย์บริวารและวิหาร: ล้อมรอบพระปรางค์ประธาน แสดงถึงความสมดุลทางศาสนาและการปกครอง
- กำแพงวัดและคูเมือง: ทำหน้าที่เป็นเขตแดนที่แยกพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ออกจากพื้นที่ทั่วไป
พระปรางค์ประธาน : พระปรางค์ประธานในวัดมหาธาตุเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจสูงสุด โดยเปรียบเสมือน “แกนกลาง” ของจักรวาลในความเชื่อแบบพุทธและฮินดู ซึ่งสื่อถึงการเป็นศูนย์กลางของกรุงศรีอยุธยา
- ลวดลายปูนปั้นและการตกแต่ง : ลวดลายที่ประดับบนพระปรางค์และวิหาร สะท้อนถึงความเชื่อมโยงของอำนาจกษัตริย์กับศาสนา รวมถึงการยืนยันสถานะของอยุธยาในฐานะศูนย์กลางแห่งอาณาจักร
-
การเสียหายและการบูรณะ
หลังจากองค์พระปรางค์ยอดเดิมพังลงในปี พ.ศ. 2153 ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ใหม่ในสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททองในปี พ.ศ. 2176 ซึ่งการบูรณะครั้งนี้ พระปรางค์มียอดสูงขึ้นกว่าเดิม
เหตุที่การบูรณะทิ้งร้างไปถึงยี่สิบกว่าปีนั้น ส่วนหนึ่งมาจากการสร้างวัดพระพุทธบาทและมณฑป ซึ่งใช้งบประมาณในการก่อสร้างมาก ใช้เวลาสร้างถึงสี่ปีจึงแล้วเสร็จ ต่อจากนั้นมา ก็เกิดความวุ่นวายของการผลัดแผ่นดินหลายรัชกาล จวบจนมาถึงสมัยของสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง
“ศักราช 995 ปีระกา เบญจศก ทรงพระกรุณาในสถาปนาพระปรางค์วัดพระมหาธาตุอันทำลายลงเก่าเดิมในองค์สูง 19 วา ยอดนภศูล 3 วา จึงดำรัสว่าทรงเก่าล่ำนัก ให้ก่อใหม่ให้องค์สูงเส้น 2 วา ยอดนภศูลคงไว้ เข้ากันเป็นเส้น 5 วา ก่อแล้วเห็นเพรียวอยู่ ให้เอาไม้มะค่ามาแทรก ดามอิฐเอาปูนบวก 9 เดือนสำเร็จ ให้ทำการฉลองเป็นอันมาก”
พระเจ้าปราสาททองทรงบูรณะและสร้างวัดสำคัญหลายแห่ง โดยมีจุดประสงค์เพื่อแสดงถึงพระบารมีและความรุ่งเรืองของราชวงศ์ ทั้งยังใช้สถาปัตยกรรมและศิลปะเพื่อสะท้อนอำนาจทางการเมืองและการปกครอง เช่น การสร้างวัดไชยวัฒนาราม การบูรณะวัดพระศรีสรรเพชญ์ พระเจ้าปราสาททองทรงใช้สถาปัตยกรรมในการแสดงพระราชอำนาจเหนือหัวเมืองและชนชั้นปกครอง โดยเน้นการสร้างปราสาทและวัดที่ใหญ่โต สง่างาม เพื่อสะท้อนถึงความยิ่งใหญ่ สถาปัตยกรรมมีการผสมผสานศิลปะไทย ขอม และสุโขทัยในสถาปัตยกรรมต่างๆ เช่น พระปรางค์และเจดีย์ แสดงถึงความเป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรมในภูมิภาค และสะท้อนนโยบายรวมศูนย์อำนาจของพระองค์
ในช่วงรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ มีคณะทูตจากลังกาเดินทางมายังกรุงศรีอยุธยา และได้เดินทางมายังวัดมหาธาตุ มีการจดบันทึกสิ่งที่พบเห็นไว้ ทำให้เราได้รู้ว่า คณะทูตเดินทางไปยังวัดมหาธาตุทางเรือ มาถึงตำบลหน้าวัดพระธาตุ รอบกำแพงวัดมีคูคลอง มีท่าน้ำด้านหน้าวัดด้านตะวันออก มีฉนวนหลังคาสองชั้นยาวไปจนถึงหน้าประตูวัด เดินผ่านเข้าทางประตูวัด จะเห็นพระเจดีย์ปิดทอง 8 องค์ ระหว่างพระเจดีย์มีพระพุทธรูป ในวิหารมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ปางนั่ง ความสูงจรดถึงฝ้าเพดาน พระปรางค์องค์ใหญ่ที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุนั้น เป็นพระปรางค์ห้ายอด ยอดพระปรางค์ปิดทอง ประดับปูนปั้นรูปต่าง ๆ ตรงชั้นบัลลังก์ เช่น รูปครุฑ จตุโลกบาล โทวาริกถือดาบ รากษสถือตระบองสั้น ฯลฯ ส่วนฐานมีรูปสัตว์ต่างๆ เช่น ราชสีห์ หมี หงส์ นกยูง กินร โค มังกร รวมถึงรูปเครื่องพุทธบูชา ส่วนหน้าบันซุ้มมีลายปูนปั้นปิดทอง รูปพระพรหม พระสักระ พระสยามเทพ
พระวิหารด้านตะวันออก ประดิษฐานพระพุทธรูปประทับหันพระพักตร์หาองค์พระปรางค์ ภายในพระวิหารยังมีพระพุทธรูปอีกหลายองค์ และมีรอยพระพุทธบาทจำลองด้วย
พระวิหารด้านตะวันตกมีจิตรกรรมฝาผนัง เขียนเรื่องพระเวสสันดรชาดกและเรื่องปฐมสมโพธิ์ เป็นภาพจิตรกรรมปิดทอง
นอกกำแพงข้างด้านตะวันตก เป็นที่ตั้งของตำหนักสมเด็จพระสังฆราช เป็นตำหนักสลักลวดลวายปิดทอง ม่านปักทอง พื้นปูพรม เพดานแขวนอัจกลับ
ในปี พ.ศ. 2310 เมื่อกรุงศรีอยุธยาล่มสลายจากการโจมตีของพม่า วัดมหาธาตุถูกเผาและปล้นสะดมอย่างหนัก พระปรางค์ประธานพังทลายลงบางส่วนในเวลาต่อมา ทำให้พระบรมสารีริกธาตุถูกค้นพบภายในพระปรางค์
-
ความสำคัญต่อประวัติศาสตร์และการท่องเที่ยว Ayutthaya History Park
วัดมหาธาตุมีบทบาทสำคัญทั้งในด้านศาสนาและการปกครอง ตั้งแต่การเป็นศูนย์กลางของความศรัทธาในพระพุทธศาสนา ไปจนถึงการสะท้อนอำนาจของกษัตริย์ผ่านทำเลที่ตั้งและการออกแบบสถาปัตยกรรม ทำให้วัดมหาธาตุเป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีความสำคัญสูงสุดในประวัติศาสตร์กรุงศรีอยุธยาและภูมิศาสตร์การปกครองของไทย
วัดมหาธาตุเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปี พ.ศ. 2534 ปัจจุบันวัดมหาธาตุเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจศึกษาประวัติศาสตร์ไทย
- จุดเด่นในปัจจุบัน
- เศียรพระพุทธรูปในรากต้นไม้: หนึ่งในภาพที่มีชื่อเสียงที่สุดของวัดมหาธาตุคือเศียรพระพุทธรูปที่อยู่ในรากของต้นโพธิ์ เชื่อกันว่าเกิดจากการที่ต้นไม้เติบโตขึ้นมาคลุมพระเศียรในช่วงเวลาที่วัดถูกทิ้งร้าง
- โบราณสถาน: พระปรางค์และเจดีย์ที่หลงเหลืออยู่สะท้อนถึงความงดงามและความยิ่งใหญ่ของสถาปัตยกรรมในยุคกรุงศรีอยุธยา
- พระพุทธรูปนั่งห้อยพระบาท สมัยทวาราวดี (ปัจจุบันอยู่ที่พระวิหารน้อย วัดหน้าพระเมรุ ริมคลองสระบัว เดิมประดิษฐานที่วัดมหาธาตุ ด้วยจากศิลา สันนิษฐานว่าเดิมย้ายมาจากวัดพระเมรุ จังหวัดนครปฐม แต่เนื่องจากวัดมหาธาตุได้กลายเป็นวัดร้างหลังการเสียกรุงครั้งที่สอง เมื่อมีการบูรณะวัดหน้าพระเมรุในสมัยรัชกาลที่ 3 จึงย้ายพระพุทธรูปองค์นี้ไปไว้ที่นั่นจนถึงปัจจุบัน
*********************************************************
ประวัติผู้เขียนบทความ
มนต์ทิพย์ ลินน์ อัสโสรัตน์กุล (วัฒนรังษีขจร) Montip Lynn Assoratgoon (Wattanarungsikajorn)
- อุปนายกฝ่ายต่างประเทศ สมาคมมัณฑนากรแห่งประเทศไทย 2007 – ปัจจุบัน
- เลขาธิการใหญ่ Asia Pacific Space Designers Association 2023 – ปัจจุบัน
- Committee APSDA College of Fellows 2021 – ปัจจุบัน
- Founder/ Director ML Estates
- อาจารย์พิเศษ
- นักเขียนนวนิยาย นามปากกา อลินน์ , ออนนี่ดีว่า
*********************************************************




