Design Contract จัดทำร่างปัญหา สัญญาการประกอบวิชาชีพ วิศวกรรมและสถาปัตยกรรมภาคเอกชน

design contract

Design Contract สัญญาการประกอบวิชาชีพ

การจัดทำร่างสัญญา Design Contract ที่ครอบคลุมและชัดเจนจึงเป็นสิ่งสำคัญในการลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้น เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายมีความเข้าใจตรงกันและปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ปัญหาสัญญาจ้าง ในการประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม

ปัญหาที่พบเจอบ่อยมีหลายด้าน ซึ่งบางข้ออาจเป็นเหตุให้เกิดความขัดแย้งระหว่างผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้าง รวมถึงการปฏิบัติงานไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง ปัญหาหลัก ๆ ประกอบด้วย:

  1. unclear scope of works ขอบเขตงานไม่ชัดเจน
    ข้อตกลงที่ระบุขอบเขตงานไม่ละเอียดหรือไม่ครบถ้วนทำให้เกิดความสับสนระหว่างผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้าง เช่น ขอบเขตของงานที่ต้องทำ รายละเอียดของงานออกแบบ และการควบคุมงานที่อาจไม่ชัดเจน จนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงงานในภายหลัง
  2.  Stages of works and dead lines ระยะเวลาและกำหนดส่งงานไม่ชัดเจน
    การไม่ระบุช่วงเวลาและกำหนดส่งงานอย่างชัดเจน อาจส่งผลให้เกิดความล่าช้าและความเสียหายต่อโครงการ นอกจากนี้ การไม่ระบุขั้นตอนการส่งมอบงานในแต่ละขั้นอาจทำให้เกิดความคาดเคลื่อนในการบริหารเวลาและงบประมาณ
  3. Budget and design fee การกำหนดงบประมาณและค่าจ้างที่ไม่เหมาะสม
    งบประมาณที่ไม่เพียงพอและค่าจ้างที่ไม่สมเหตุสมผลอาจทำให้ผู้รับจ้างทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ หรือเกิดการลดคุณภาพของวัสดุและมาตรฐานการทำงาน รวมถึงอาจเกิดข้อโต้แย้งเรื่องการเพิ่มงบประมาณระหว่างดำเนินงาน
  4. Conditions ข้อกำหนดเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนงาน
    การเปลี่ยนแปลงรายละเอียดงานหรือปรับแก้แบบโดยไม่ได้ระบุขั้นตอนหรือข้อกำหนดที่ชัดเจนในสัญญา อาจทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับงบประมาณและเวลา รวมถึงความขัดแย้งระหว่างผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้าง
  5. Liabilities and Risks การแบ่งรับผิดชอบและความเสี่ยง
    สัญญาที่ไม่ชัดเจนในเรื่องความรับผิดชอบและการบริหารความเสี่ยง เช่น ความเสี่ยงจากเหตุสุดวิสัย การรับประกันคุณภาพของงาน และความรับผิดชอบต่อข้อผิดพลาดของงาน ส่งผลให้เกิดข้อโต้แย้งเมื่องานเกิดปัญหาและไม่สามารถตกลงกันได้
  6. การรับประกันผลงานและการบำรุงรักษา
    ในสัญญาบางครั้งไม่ได้ระบุถึงการรับประกันคุณภาพของงานหลังจากส่งมอบ ซึ่งอาจทำให้เกิดข้อโต้แย้งหากมีปัญหาหลังการใช้งาน หรือการกำหนดเงื่อนไขการบำรุงรักษาที่ไม่ชัดเจน

มนต์ทิพย์ ลินน์ อัสโสรัตน์กุล ผู้บริหาร ML Estates เข้าร่วมประชุมคณะทำงาน จัดทำร่างปัญหาสัญญาการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและสถาปัตยกรรมภาคเอกชน

เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2567 คุณมนต์ทิพย์ ลินน์ อัสโสรัตน์กุล ผู้บริหาร ML Estates ในฐานะอุปนายก สมาคมมัณฑนากรแห่งประเทศไทย ได้เข้าร่วมประชุมคณะทำงานจัดทำร่างปัญหาสัญญาในการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและสถาปัตยกรรมภาคเอกชน ณ อาคารวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมป์ (วสท.)

การประชุมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อทบทวนและกำหนดแนวทางในการพัฒนาข้อตกลงและมาตรฐานสัญญาให้มีความชัดเจนและครอบคลุมทุกด้านของการประกอบวิชาชีพ เพื่อส่งเสริมความยุติธรรมและลดปัญหาข้อขัดแย้งในการทำงานระหว่างวิศวกรและสถาปนิกทุกสาขา ทั้งสถาปัตยกรรมหลัก สถาปัตยกรรมภายใน ภูมิสถาปัตยกรรม ผู้รับเหมา รวมถึงผู้ว่าจ้างในภาคเอกชน โดยมีคณะทำงานจากหลายสมาคมวิชาชีพที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมแสดงความคิดเห็นและเสนอแนะ

คุณมนต์ทิพย์ได้แสดงความเห็นในการประชุม พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างความเข้าใจร่วมกันในด้านสัญญาและข้อผูกพันของผู้ประกอบวิชาชีพ การกำหนดบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบที่มีความชัดเจน ขอบเขตและกรอบเวลาการทำงาน ที่ควรสอดประสานกันไปในทุกสาขาวิชาชีพ เพื่อให้เกิดมาตรฐานที่โปร่งใสและยั่งยืนในการทำงานร่วมกันในอนาคต

ข้อมูลเพิ่มเติมที่เป็นประโยชน์

ในวิชาชีพสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม มีหน่วยงานและองค์กรที่ได้จัดทำมาตรฐานสัญญาจ้างเพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงาน ดังนี้:

  1. สภาสถาปนิก (Architect Council of Thailand): สภาสถาปนิกได้จัดทำกฎกระทรวงกำหนดวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุม พ.ศ. 2549 ซึ่งระบุขอบเขตและมาตรฐานการปฏิบัติงานของสถาปนิก
  2. สภาวิศวกร (Council of Engineers, COE): สภาวิศวกรได้จัดทำกฎหมายและประกาศที่เกี่ยวข้องกับการประกอบวิชาชีพวิศวกรรม รวมถึงมาตรฐานสัญญาจ้างและการปฏิบัติงานของวิศวกร
  3. วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.): วสท. ได้จัดทำมาตรฐานและแนวทางการปฏิบัติงานสำหรับวิศวกร รวมถึงการจัดทำสัญญาจ้างที่เกี่ยวข้องกับงานวิศวกรรม
  4. สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์: สมาคมสถาปนิกสยามได้จัดทำมาตรฐานและแนวทางการปฏิบัติงานสำหรับสถาปนิก รวมถึงการจัดทำสัญญาจ้างที่เกี่ยวข้องกับงานสถาปัตยกรรม

นอกจากนี้ หน่วยงานราชการและองค์กรเอกชนบางแห่งยังได้จัดทำแบบสัญญาจ้างมาตรฐานเพื่อใช้ในการดำเนินงานก่อสร้างและออกแบบ เช่น กรมวิชาการเกษตรที่ได้จัดทำแบบสัญญาจ้างออกแบบและควบคุมงานก่อสร้าง Department of Agriculture

การใช้มาตรฐานสัญญาจ้างที่จัดทำโดยหน่วยงานเหล่านี้ช่วยให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ลดความขัดแย้ง และสร้างความเข้าใจที่ตรงกันระหว่างผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างในวิชาชีพสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม

ในวิชาชีพสถาปัตยกรรมและสถาปัตยกรรมภายใน ปัญหาที่มักเกิดขึ้นจากสัญญาจ้างมักเป็นผลจากความไม่ชัดเจนในข้อตกลง การสื่อสารที่คลาดเคลื่อน หรือการตีความที่แตกต่างของคู่สัญญา ลองดูตัวอย่างและกรณีศึกษาดังต่อไปนี้:

1. ขอบเขตงานที่ไม่ชัดเจน

  • กรณีศึกษา: สถาปนิกภายในได้รับว่าจ้างในการออกแบบตกแต่งภายในอาคารสำนักงาน โดยในสัญญาระบุขอบเขตงานกว้าง ๆ ว่าเป็น “การออกแบบพื้นที่ทั้งหมด” โดยไม่มีรายละเอียดชัดเจนเกี่ยวกับพื้นที่หรือวัสดุที่ใช้ เมื่อเริ่มงาน สถาปนิกเน้นการออกแบบแค่บางพื้นที่ แต่ผู้ว่าจ้างคาดหวังการออกแบบทั้งอาคาร เกิดการไม่ลงรอยระหว่างทั้งสองฝ่าย และต้องเจรจาเพื่อขยายขอบเขตงานหรือปรับงบประมาณเพิ่มเติมในภายหลัง
  • ข้อเสนอแนะ: ควรมีการระบุรายละเอียดขอบเขตงานอย่างชัดเจน ทั้งในแง่พื้นที่ที่ต้องการออกแบบ วัสดุที่ใช้ และมาตรฐานของงาน

2. การแก้ไขแบบและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

  • กรณีศึกษา: โครงการออกแบบบ้านพักอาศัยที่สถาปนิกภายในได้รับมอบหมาย เมื่อเริ่มดำเนินงาน ผู้ว่าจ้างต้องการปรับเปลี่ยนดีไซน์และวัสดุบางส่วน ทำให้ต้องมีการแก้ไขแบบและเพิ่มงบประมาณ แต่ในสัญญาไม่ได้ระบุขั้นตอนการแก้ไขแบบหรือค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมอย่างชัดเจน เกิดการโต้แย้งระหว่างผู้ว่าจ้างและสถาปนิก เนื่องจากผู้ว่าจ้างไม่คาดว่าจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว
  • ข้อเสนอแนะ: ในสัญญาควรระบุขั้นตอนและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขแบบและปรับเปลี่ยนงานให้ชัดเจน เพื่อลดปัญหาข้อขัดแย้ง

3. ระยะเวลาส่งมอบงานและความล่าช้า

  • กรณีศึกษา: สถาปนิกภายในได้รับการว่าจ้างให้ออกแบบตกแต่งโรงแรมขนาดใหญ่ โดยกำหนดส่งงานในสัญญาเป็นเวลาที่คลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริง เนื่องจากมีปัจจัยหลายอย่างที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น การขาดแคลนวัสดุ การอนุมัติจากภาครัฐที่ล่าช้า ทำให้โครงการเกิดความล่าช้า และส่งผลกระทบต่อการเปิดให้บริการของโรงแรม ทำให้ผู้ว่าจ้างเรียกร้องค่าชดเชยจากสถาปนิก
  • ข้อเสนอแนะ: ควรกำหนดเวลาในการส่งมอบงานที่ยืดหยุ่นเพียงพอ และระบุถึงปัจจัยภายนอกที่อาจส่งผลกระทบต่อเวลาอย่างชัดเจน รวมถึงการตกลงวิธีแก้ไขปัญหาหากเกิดความล่าช้าจากเหตุที่ไม่คาดคิด

4. ข้อกำหนดในการดูแลรักษาหลังส่งมอบงาน

  • กรณีศึกษา: สถาปนิกออกแบบห้องทำงานของบริษัท โดยเมื่อส่งมอบงานแล้ว ผู้ว่าจ้างพบว่ามีปัญหาด้านวัสดุบางจุดที่เสื่อมคุณภาพเร็วกว่าที่คาด แต่ในสัญญาไม่ได้ระบุระยะเวลาการรับประกันงานออกแบบหรืองานติดตั้ง ทำให้ผู้ว่าจ้างต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมเอง เกิดข้อขัดแย้งในเรื่องความรับผิดชอบหลังการส่งมอบงาน
  • ข้อเสนอแนะ: ควรระบุขอบเขตการรับประกันและข้อกำหนดการดูแลรักษาหลังส่งมอบให้ชัดเจน โดยระบุเงื่อนไขการซ่อมแซมหรือบำรุงรักษาที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกันในระยะยาว

5. ข้อขัดแย้งจากการตีความข้อกำหนด

  • กรณีศึกษา: โครงการออกแบบร้านอาหาร ผู้ว่าจ้างและสถาปนิกตกลงรายละเอียดผ่านสัญญาที่มีข้อความบางข้อซับซ้อน ทำให้การตีความผิดพลาด ผู้ว่าจ้างตีความว่าเป็นงานติดตั้งวัสดุคุณภาพสูง ขณะที่สถาปนิกตีความว่าวัสดุธรรมดาก็เพียงพอ เกิดข้อโต้แย้งเมื่อผลลัพธ์ไม่ตรงตามความคาดหวัง
  • ข้อเสนอแนะ: ควรใช้ภาษาในสัญญาที่ชัดเจน เข้าใจง่าย และลดข้อความที่สามารถตีความได้หลายทาง เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายมีความเข้าใจตรงกัน

 

montip lynn

Join The Discussion

0 thoughts on “Design Contract จัดทำร่างปัญหา สัญญาการประกอบวิชาชีพ วิศวกรรมและสถาปัตยกรรมภาคเอกชน”

  • Evolution

    Greetings! Very helpful advice within this post!

    It’s the little changes that produce the most significant changes.

    Thanks a lot for sharing!

    Reply

Compare listings

Compare
RSS
Follow by Email
LinkedIn
LinkedIn
Share
Instagram
WeChat
WhatsApp
Snapchat
FbMessenger