Design Contract สัญญาการประกอบวิชาชีพ
การจัดทำร่างสัญญา Design Contract ที่ครอบคลุมและชัดเจนจึงเป็นสิ่งสำคัญในการลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้น เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายมีความเข้าใจตรงกันและปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ปัญหาสัญญาจ้าง ในการประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม
ปัญหาที่พบเจอบ่อยมีหลายด้าน ซึ่งบางข้ออาจเป็นเหตุให้เกิดความขัดแย้งระหว่างผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้าง รวมถึงการปฏิบัติงานไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง ปัญหาหลัก ๆ ประกอบด้วย:
- unclear scope of works ขอบเขตงานไม่ชัดเจน
ข้อตกลงที่ระบุขอบเขตงานไม่ละเอียดหรือไม่ครบถ้วนทำให้เกิดความสับสนระหว่างผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้าง เช่น ขอบเขตของงานที่ต้องทำ รายละเอียดของงานออกแบบ และการควบคุมงานที่อาจไม่ชัดเจน จนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงงานในภายหลัง - Stages of works and dead lines ระยะเวลาและกำหนดส่งงานไม่ชัดเจน
การไม่ระบุช่วงเวลาและกำหนดส่งงานอย่างชัดเจน อาจส่งผลให้เกิดความล่าช้าและความเสียหายต่อโครงการ นอกจากนี้ การไม่ระบุขั้นตอนการส่งมอบงานในแต่ละขั้นอาจทำให้เกิดความคาดเคลื่อนในการบริหารเวลาและงบประมาณ - Budget and design fee การกำหนดงบประมาณและค่าจ้างที่ไม่เหมาะสม
งบประมาณที่ไม่เพียงพอและค่าจ้างที่ไม่สมเหตุสมผลอาจทำให้ผู้รับจ้างทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ หรือเกิดการลดคุณภาพของวัสดุและมาตรฐานการทำงาน รวมถึงอาจเกิดข้อโต้แย้งเรื่องการเพิ่มงบประมาณระหว่างดำเนินงาน - Conditions ข้อกำหนดเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนงาน
การเปลี่ยนแปลงรายละเอียดงานหรือปรับแก้แบบโดยไม่ได้ระบุขั้นตอนหรือข้อกำหนดที่ชัดเจนในสัญญา อาจทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับงบประมาณและเวลา รวมถึงความขัดแย้งระหว่างผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้าง - Liabilities and Risks การแบ่งรับผิดชอบและความเสี่ยง
สัญญาที่ไม่ชัดเจนในเรื่องความรับผิดชอบและการบริหารความเสี่ยง เช่น ความเสี่ยงจากเหตุสุดวิสัย การรับประกันคุณภาพของงาน และความรับผิดชอบต่อข้อผิดพลาดของงาน ส่งผลให้เกิดข้อโต้แย้งเมื่องานเกิดปัญหาและไม่สามารถตกลงกันได้ - การรับประกันผลงานและการบำรุงรักษา
ในสัญญาบางครั้งไม่ได้ระบุถึงการรับประกันคุณภาพของงานหลังจากส่งมอบ ซึ่งอาจทำให้เกิดข้อโต้แย้งหากมีปัญหาหลังการใช้งาน หรือการกำหนดเงื่อนไขการบำรุงรักษาที่ไม่ชัดเจน
มนต์ทิพย์ ลินน์ อัสโสรัตน์กุล ผู้บริหาร ML Estates เข้าร่วมประชุมคณะทำงาน จัดทำร่างปัญหาสัญญาการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและสถาปัตยกรรมภาคเอกชน
เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2567 คุณมนต์ทิพย์ ลินน์ อัสโสรัตน์กุล ผู้บริหาร ML Estates ในฐานะอุปนายก สมาคมมัณฑนากรแห่งประเทศไทย ได้เข้าร่วมประชุมคณะทำงานจัดทำร่างปัญหาสัญญาในการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและสถาปัตยกรรมภาคเอกชน ณ อาคารวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมป์ (วสท.)
การประชุมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อทบทวนและกำหนดแนวทางในการพัฒนาข้อตกลงและมาตรฐานสัญญาให้มีความชัดเจนและครอบคลุมทุกด้านของการประกอบวิชาชีพ เพื่อส่งเสริมความยุติธรรมและลดปัญหาข้อขัดแย้งในการทำงานระหว่างวิศวกรและสถาปนิกทุกสาขา ทั้งสถาปัตยกรรมหลัก สถาปัตยกรรมภายใน ภูมิสถาปัตยกรรม ผู้รับเหมา รวมถึงผู้ว่าจ้างในภาคเอกชน โดยมีคณะทำงานจากหลายสมาคมวิชาชีพที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมแสดงความคิดเห็นและเสนอแนะ
คุณมนต์ทิพย์ได้แสดงความเห็นในการประชุม พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างความเข้าใจร่วมกันในด้านสัญญาและข้อผูกพันของผู้ประกอบวิชาชีพ การกำหนดบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบที่มีความชัดเจน ขอบเขตและกรอบเวลาการทำงาน ที่ควรสอดประสานกันไปในทุกสาขาวิชาชีพ เพื่อให้เกิดมาตรฐานที่โปร่งใสและยั่งยืนในการทำงานร่วมกันในอนาคต
ข้อมูลเพิ่มเติมที่เป็นประโยชน์
ในวิชาชีพสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม มีหน่วยงานและองค์กรที่ได้จัดทำมาตรฐานสัญญาจ้างเพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงาน ดังนี้:
- สภาสถาปนิก (Architect Council of Thailand): สภาสถาปนิกได้จัดทำกฎกระทรวงกำหนดวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุม พ.ศ. 2549 ซึ่งระบุขอบเขตและมาตรฐานการปฏิบัติงานของสถาปนิก
- สภาวิศวกร (Council of Engineers, COE): สภาวิศวกรได้จัดทำกฎหมายและประกาศที่เกี่ยวข้องกับการประกอบวิชาชีพวิศวกรรม รวมถึงมาตรฐานสัญญาจ้างและการปฏิบัติงานของวิศวกร
- วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.): วสท. ได้จัดทำมาตรฐานและแนวทางการปฏิบัติงานสำหรับวิศวกร รวมถึงการจัดทำสัญญาจ้างที่เกี่ยวข้องกับงานวิศวกรรม
- สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์: สมาคมสถาปนิกสยามได้จัดทำมาตรฐานและแนวทางการปฏิบัติงานสำหรับสถาปนิก รวมถึงการจัดทำสัญญาจ้างที่เกี่ยวข้องกับงานสถาปัตยกรรม
นอกจากนี้ หน่วยงานราชการและองค์กรเอกชนบางแห่งยังได้จัดทำแบบสัญญาจ้างมาตรฐานเพื่อใช้ในการดำเนินงานก่อสร้างและออกแบบ เช่น กรมวิชาการเกษตรที่ได้จัดทำแบบสัญญาจ้างออกแบบและควบคุมงานก่อสร้าง Department of Agriculture
การใช้มาตรฐานสัญญาจ้างที่จัดทำโดยหน่วยงานเหล่านี้ช่วยให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ลดความขัดแย้ง และสร้างความเข้าใจที่ตรงกันระหว่างผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างในวิชาชีพสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม
